🎉 เปิดตัวเว็บใหม่! สมัครสมาชิกวันนี้รับโบนัส +50 XP และติวคอร์สฟรีได้ทันที

ชุดที่ 14 หลักสูตร การจัดการเรียนรู้ การวัดผลวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี

✍️ ฝึกทำ เห็นผลทันทีเมื่อส่ง
🔒

ชุดนี้สำหรับผู้ที่มีสิทธิ์ชุดข้อสอบนี้

ซื้อชุดตะลุยข้อสอบ หรือคอร์สติวที่รวมชุดนี้ไว้ เพื่อทำได้ไม่จำกัด

ดูราคาและสิทธิ์
รายละเอียดชุดนี้

ชุดนี้ครอบคลุมหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การรู้วิทยาศาสตร์และกรอบ PISA 2025 ทฤษฎีการเรียนรู้ การสอนแบบสืบเสาะ สะเต็มศึกษา การวัดและประเมินผล รวมทั้งสาระที่ 4 เทคโนโลยี มาตรฐาน ว 4.1 การออกแบบและเทคโนโลยี และ ว 4.2 วิทยาการคำนวณ

ซีรีส์ติวสอบครูผู้ช่วย เอกวิทยาศาสตร์ทั่วไป 2569 • exammvp.com

สรุปเนื้อหาสำคัญ

1. หลักสูตรแกนกลางฯ 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

  • คำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สพฐ 1239/2560 (7 ส.ค. 2560) ให้ใช้มาตรฐานและตัวชี้วัดคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ ฉบับปรับปรุง
  • คำสั่ง สพฐ. ที่ 30/2561 (5 ม.ค. 2561) เปลี่ยนแปลงมาตรฐานและตัวชี้วัดคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์
  • คำสั่ง สพฐ. ที่ 921/2561 (3 พ.ค. 2561) ยกเลิกสาระที่ 2 และ 3 ของกลุ่มการงานอาชีพและเทคโนโลยี (เปลี่ยนชื่อเป็นการงานอาชีพ) และที่ 922/2561 (3 พ.ค. 2561) ปรับโครงสร้างเวลาเรียน
  • ใช้ปีการศึกษา 2561 ในชั้น ป.1 ป.4 ม.1 ม.4 และครบทุกชั้นในปีการศึกษา 2563
  • 4 สาระ: ชีวภาพ (ว 1.1–1.3), กายภาพ (ว 2.1–2.3), โลกและอวกาศ (ว 3.1–3.2), เทคโนโลยี (ว 4.1 การออกแบบและเทคโนโลยี, ว 4.2 วิทยาการคำนวณ)
  • ว 3.1 = เอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์ ระบบสุริยะ และปฏิสัมพันธ์ในระบบสุริยะ (ข้างขึ้นข้างแรม น้ำขึ้นน้ำลง) ส่วน ว 3.2 = ระบบโลก ธรณี ลมฟ้าอากาศ
  • รายวิชาพื้นฐานใช้ ตัวชี้วัด ส่วนรายวิชาเพิ่มเติม ม.ปลาย (ชีววิทยา เคมี ฟิสิกส์ โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ) ใช้ ผลการเรียนรู้
  • มัธยม: 40 ชั่วโมงต่อภาคเรียน = 1 หน่วยกิต
  • สสวท. พัฒนาตัวชี้วัด หนังสือเรียน คู่มือครู และเป็นศูนย์แห่งชาติ PISA ส่วน สทศ. จัดสอบ O-NET

2. การรู้วิทยาศาสตร์ PISA และ TIMSS

  • PISA (OECD) ประเมินนักเรียนอายุ 15 ปี เน้นการนำความรู้ไปใช้ ส่วน TIMSS (IEA) ประเมินชั้นปีที่ 4 และ 8 ตามเนื้อหาหลักสูตร
  • PISA 2025 วิทยาศาสตร์เป็นด้านหลัก มี 3 สมรรถนะ: (1) อธิบายปรากฏการณ์ในเชิงวิทยาศาสตร์ (2) สร้างและประเมินการออกแบบการสืบเสาะ และตีความข้อมูลและประจักษ์พยานอย่างมีวิจารณญาณ (รวม 2 สมรรถนะเดิม) (3) ค้นคว้า ประเมิน และใช้สารสนเทศทางวิทยาศาสตร์เพื่อตัดสินใจและลงมือปฏิบัติ (ใหม่)
  • ความรู้ 3 ประเภท: เนื้อหา (content), กระบวนการ (procedural), ญาณวิทยา (epistemic = ทำไมจึงเชื่อถือได้ เช่น peer review การทำซ้ำ ฉันทามติ)
  • ผล PISA 2025 (ประกาศ 8 ก.ย. 2569): ไทยวิทยาศาสตร์ 432 คะแนน เพิ่มขึ้นจากรอบ 2022 แต่ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD

3. ทฤษฎีการเรียนรู้และแนวคิดคลาดเคลื่อน

  • Constructivism: ผู้เรียนสร้างความรู้เองจากความรู้เดิม + ลงมือทำ + อภิปราย/สะท้อนคิด
  • เพียเจต์: ขั้นรูปธรรม (ประมาณ 7–11 ปี) → นามธรรม (11 ปีขึ้นไป) นักเรียน ม.ต้นจำนวนมากยังต้องใช้ประสบการณ์รูปธรรมก่อนคิดเชิงสัดส่วน
  • วีก็อตสกี: ZPD = ช่วงที่ทำเองไม่ได้แต่ทำได้เมื่อมีผู้ช่วย, scaffolding = ช่วยแล้วค่อย ๆ ถอนความช่วยเหลือ
  • Posner: เงื่อนไขการเปลี่ยนแปลงมโนทัศน์ D–I–P–F (dissatisfaction, intelligible, plausible, fruitful) เหตุการณ์ขัดแย้งทางความคิดสร้าง dissatisfaction
  • Two-tier test: ถูก–ถูก = เข้าใจ, ถูก–เหตุผลผิดแบบเดียวกันหลายคน = แนวคิดคลาดเคลื่อน
  • Concept map (Novak): มโนทัศน์ + คำเชื่อม + ลำดับขั้น + cross-link (บ่งชี้การบูรณาการ)

4. การสืบเสาะและรูปแบบการสอน

  • 5E: Engage → Explore → Explain → Elaborate → Evaluate (ทำก่อน ตั้งชื่อศัพท์ทีหลัง)
  • 7E (Eisenkraft): เพิ่ม Elicit ไว้หน้าสุด และ Extend ไว้ท้ายสุด
  • ระดับการสืบเสาะ (Banchi & Bell): ยืนยัน (ครูให้คำถาม+วิธี+รู้ผล) → มีโครงสร้าง (คำถาม+วิธี) → ชี้แนะแนวทาง (คำถาม) → เปิด (นักเรียนตั้งคำถามเอง)
  • POE: ทำนายพร้อมเหตุผลก่อนเห็นผล → สังเกต → อธิบายความขัดแย้ง
  • CER: Claim (ข้อสรุป) – Evidence (ข้อมูล) – Reasoning (หลักการที่เชื่อม)
  • ADI: สร้างข้อโต้แย้ง → argumentation session → เขียนรายงาน → peer review → ปรับแก้
  • NOS: แนวทางชัดแจ้งและสะท้อนคิด (explicit–reflective) ได้ผลดีกว่าแนวทางโดยนัย
  • PBL เริ่มจากปัญหาจริงที่ไม่มีโครงสร้างชัด, Jigsaw = กลุ่มบ้าน → กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ → กลับมาสอนเพื่อน
  • Active Learning = hands-on + minds-on + สะท้อนคิด, การสาธิตเหมาะกับกิจกรรมอันตรายหรืออุปกรณ์จำกัด, ทัศนศึกษาต้องมีก่อนไป–ระหว่างไป–หลังกลับ

5. สะเต็มศึกษาและเทคโนโลยี (ว 4.1)

  • กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม 6 ขั้น (สสวท.): ระบุปัญหา → รวบรวมข้อมูลและแนวคิด → ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา → วางแผนและดำเนินการ → ทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไข → นำเสนอ
  • ตารางตัดสินใจแบบถ่วงน้ำหนัก: คะแนนรวม = Σ(น้ำหนัก × คะแนน) อย่าบวกคะแนนดิบ
  • ระบบทางเทคโนโลยี: input → process → output + feedback (ผลที่ถูกวัดแล้วย้อนกลับมาควบคุม)
  • เฟืองขบกัน: $N_A n_A = N_B n_B$ หมุนทิศตรงข้าม เฟืองใหญ่หมุนช้าแต่แรงบิดมาก

6. วิทยาการคำนวณ (ว 4.2) และการรู้ดิจิทัล

  • แนวคิดเชิงคำนวณ: แยกย่อยปัญหา, หารูปแบบ, คิดเชิงนามธรรม (ตัดรายละเอียดไม่จำเป็น), ออกแบบอัลกอริทึม
  • ไล่ผังงานทีละรอบ ระวังเงื่อนไข ≥ กับ > และการหาค่ามากสุดต้องเริ่มจากข้อมูลตัวแรก ไม่ใช่ 0
  • Creative Commons: BY ให้เครดิต, NC ห้ามใช้เชิงการค้า, SA ใช้สัญญาอนุญาตเดิม, ND ห้ามดัดแปลง
  • Data logger สำหรับการเปลี่ยนแปลงเร็ว, simulation (เช่น PhET) สำหรับสิ่งที่มองไม่เห็น
  • Generative AI อาจ hallucinate ต้องตรวจสอบกับแหล่งต้นฉบับ

7. การวัดและประเมินผล

  • formative = ใช้ผลปรับการสอน, summative = ตัดสินผล; of/for/as learning (as = ผู้เรียนประเมินและกำกับตนเอง)
  • Rubric: analytic ให้ข้อมูลย้อนกลับรายด้าน, holistic ตัดสินภาพรวมเร็ว
  • Bloom ฉบับปรับปรุง: จำ → เข้าใจ → นำไปใช้ → วิเคราะห์ → ประเมินค่า (ตัดสินตามเกณฑ์) → สร้างสรรค์
  • $p = \frac{H+L}{2n}$ (0.20–0.80 พอเหมาะ), $r = \frac{H-L}{n}$ (≥ 0.20 ใช้ได้, ติดลบให้ตรวจสอบคำตอบที่ถูกและตัวเลือก) ตัวลวงที่ดีต้องดึงดูดกลุ่มต่ำมากกว่ากลุ่มสูง
  • เที่ยง (reliability) = คงเส้นคงวา, ตรง (validity) = วัดสิ่งที่ต้องการวัด เที่ยงสูงไม่ได้รับประกันว่าตรง
  • จิตวิทยาศาสตร์วัดด้วยการสังเกตพฤติกรรมตามตัวบ่งชี้ การประเมินตามสภาพจริงใช้ภาระงานจริงพร้อม rubric