🎉 เปิดตัวเว็บใหม่! สมัครสมาชิกวันนี้รับโบนัส +50 XP และติวคอร์สฟรีได้ทันที

ชุดที่ 4 พืช: โครงสร้าง การลำเลียง การสืบพันธุ์ และการตอบสนอง

✍️ ฝึกทำ เห็นผลทันทีเมื่อส่ง
🔒

ชุดนี้สำหรับผู้ที่มีสิทธิ์ชุดข้อสอบนี้

ซื้อชุดตะลุยข้อสอบ หรือคอร์สติวที่รวมชุดนี้ไว้ เพื่อทำได้ไม่จำกัด

ดูราคาและสิทธิ์
รายละเอียดชุดนี้

ชุดนี้ครอบคลุมสาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ มาตรฐาน ว 1.2 ด้านโครงสร้างและหน้าที่ของพืชดอก ได้แก่ เนื้อเยื่อพืช โครงสร้างราก ลำต้น ใบ การแลกเปลี่ยนแก๊สและการคายน้ำ การลำเลียงน้ำ ธาตุอาหาร และอาหาร การสืบพันธุ์และการขยายพันธุ์พืช ฮอร์โมนพืช และการตอบสนองของพืชต่อสิ่งเร้ารวมถึงช่วงแสง

ซีรีส์ติวสอบครูผู้ช่วย เอกวิทยาศาสตร์ทั่วไป 2569 • exammvp.com

สรุปเนื้อหาสำคัญ

1) เนื้อเยื่อพืชและโครงสร้างราก ลำต้น ใบ

  • เนื้อเยื่อเจริญ: ปลายยอด/ปลายราก (apical) → ยืดยาว, ด้านข้าง (lateral: วาสคิวลาร์แคมเบียม คอร์กแคมเบียม) → ขยายขนาด, เหนือข้อ (intercalary) → ยืดปล้องหญ้า ข้าว อ้อย ไผ่
  • เนื้อเยื่อถาวร: ผิว (เซลล์คุม ขน ขนรากเป็นเซลล์เดียว), พาเรงคิมา (ผนังบาง), คอลเลงคิมา (มีชีวิต หนาเฉพาะมุม), สเกลอเรงคิมา (มีลิกนิน มักตาย: ไฟเบอร์ สเกลอรีด)
  • ไซเลม: เวสเซลเมมเบอร์ เทรคีด (ตายแล้ว) / โฟลเอ็ม: ซีฟทิวบ์เมมเบอร์ (มีชีวิต ไม่มีนิวเคลียส) + เซลล์คอมพาเนียน ลำเลียงได้สองทิศ
  • ภาคตัดขวาง: ราก = ไซเลม–โฟลเอ็มสลับแฉก (ใบเลี้ยงคู่แฉกน้อย ไม่มีพิธ / ใบเลี้ยงเดี่ยวแฉกมาก มีพิธ) / ลำต้นใบเลี้ยงคู่ = มัดเรียงเป็นวง / ลำต้นใบเลี้ยงเดี่ยว = มัดกระจาย
  • วงปี: ฤดูฝนเซลล์ใหญ่ สีจาง + ฤดูแล้งเซลล์เล็กผนังหนา สีเข้ม = 1 วง
  • ลำต้นใต้ดิน (ขิง ข่า มันฝรั่ง เผือก หอม กระเทียม) มีข้อ ปล้อง ตา ต่างจากรากสะสมอาหาร (มันเทศ มันแกว แครอท), หนามกระบองเพชร = ใบ, หนามเฟื่องฟ้า = กิ่ง

2) ปากใบ การแลกเปลี่ยนแก๊ส และการคายน้ำ

  • เซลล์คุมเปิด: แสง → ปั๊ม H⁺ → K⁺ เข้า → ศักย์น้ำลด → น้ำเข้า → เต่ง โค้งออก / ปิด: ขาดน้ำ → ABA → K⁺ ออก → น้ำออก → เหี่ยว
  • พืชบกปากใบมากด้านล่าง, ใบลอยน้ำ (บัว) ปากใบด้านบน, พืชจมน้ำแทบไม่มีปากใบ
  • ความหนาแน่นปากใบ = จำนวน ÷ พื้นที่ field of view ($\pi r^2$, r = ครึ่งหนึ่งของเส้นผ่านศูนย์กลาง)
  • ปัจจัยคายน้ำ: แสง อุณหภูมิ ลม ↑ → คายน้ำ ↑ / ความชื้นสัมพัทธ์ ↑ → คายน้ำ ↓ / น้ำในดินน้อย → ปากใบปิด
  • โพโตมิเตอร์วัดอัตราการดูดน้ำ: ปริมาตร = พื้นที่หน้าตัดหลอด × ระยะฟองอากาศ แล้วหารด้วยเวลา
  • ทาวาสลีนด้านใด = ปิดด้านนั้น น้ำออกทางด้านที่ไม่ได้ทา
  • guttation: หยดน้ำตามขอบใบตอนเช้า ออกทางไฮดาโทด เกิดจากแรงดันราก (ไม่ใช่น้ำค้าง)

3) การลำเลียงน้ำ แร่ธาตุ และอาหาร

  • อโพพลาสต์ (ผ่านผนังเซลล์) / ซิมพลาสต์ (ผ่านไซโทพลาซึม) → แถบแคสพาเรียน ที่เอนโดเดอร์มิสบังคับให้ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ = ด่านคัดเลือกไอออน
  • แรงดันราก, แคพิลลารี ($h = \frac{2\gamma}{\rho g r}$), โคฮีชัน–เทนชัน (แรงดึงจากการคายน้ำ + โคฮีชันน้ำกับน้ำ + แอดฮีชันน้ำกับผนัง) = กลไกหลักของต้นไม้สูง
  • pressure-flow: source น้ำตาลเข้าซีฟทิวบ์ → น้ำตามเข้า → ความดันสูง → ไหลไป sink (สลับบทบาทได้)
  • ควั่นเปลือก = ตัดโฟลเอ็ม ไซเลมยังอยู่ → อาหารสะสมเหนือรอยควั่น

4) ธาตุอาหารพืชและปุ๋ย

  • มหธาตุ: C H O N P K Ca Mg S / จุลธาตุ: Fe Mn Zn Cu B Mo Cl Ni
  • เคลื่อนย้ายได้ (N P K Mg) → อาการขาดที่ใบแก่ / เคลื่อนย้ายยาก (Ca Fe B S) → อาการที่ใบอ่อน ยอด
  • K ขาด: ขอบใบแก่ไหม้, Mg ขาด: เหลืองระหว่างเส้นใบของใบแก่, Ca ขาด: ยอดและปลายรากตาย
  • สูตรปุ๋ย N-P-K เช่น 16-20-0 = ร้อยละโดยมวลของ N, P₂O₅, K₂O → ปุ๋ยที่ต้องใช้ = ธาตุที่ต้องการ ÷ (ร้อยละ/100)
  • ไฮโดรโพนิกส์: คุม EC pH และออกซิเจนที่ราก

5) การสืบพันธุ์ของพืชดอกและเมล็ด

  • ดอกครบส่วน = 4 วงครบ / ดอกสมบูรณ์เพศ = มีทั้งเกสรเพศผู้และเพศเมีย (ครบส่วน ⇒ สมบูรณ์เพศ แต่กลับกันไม่จำเป็น)
  • ตัวกลางผสมเกสร: ค้างคาว นก แมลง ลม แต่ละแบบมีสี กลิ่น เวลาบาน และน้ำหวานต่างกัน
  • ปฏิสนธิซ้อน: 2 สเปิร์มนิวเคลียส → ไข่ (ไซโกต 2n) + โพลาร์นิวคลีไอ (เอนโดสเปิร์ม 3n) / 1 ออวุล = 1 เมล็ด / เปลือกเมล็ดและผนังผล = เนื้อเยื่อแม่
  • ผลเดี่ยว: 1 ดอก 1 รังไข่ / ผลกลุ่ม: 1 ดอก หลายรังไข่ / ผลรวม: หลายดอกในช่อดอกเดียว
  • ใบเลี้ยงเดี่ยวมักสะสมแป้งในเอนโดสเปิร์ม / ถั่วสะสมในใบเลี้ยง
  • การงอก: epigeal ไฮโพคอทิลยืด ใบเลี้ยงขึ้นเหนือดิน (ถั่วเขียว ถั่วเหลือง) / hypogeal เอพิคอทิลยืด ใบเลี้ยงอยู่ใต้ดิน (ถั่วลันเตา ข้าวโพด)
  • การพักตัว: เปลือกแข็งน้ำซึมไม่ได้ (แก้โดยขัด ตัด แช่น้ำร้อน), มี ABA สูง, เอ็มบริโอยังไม่เจริญเต็มที่
  • วัฏจักรแบบสลับ: สปอโรไฟต์ 2n —ไมโอซิส→ สปอร์ n —ไมโทซิส→ แกมีโทไฟต์ n —ไมโทซิส→ เซลล์สืบพันธุ์ n → ไซโกต 2n

6) การขยายพันธุ์พืช

  • ปักชำ ตอนกิ่ง → ได้รากของกิ่งพันธุ์เอง (รากพิเศษ ไม่มีรากแก้ว) / ทาบกิ่ง เสียบยอด ติดตา → ได้ต้นตอรากดี + กิ่งพันธุ์ผลดี (เชื่อมกันที่แคมเบียม)
  • เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ: เตรียมอาหาร (MS + น้ำตาล + วุ้น + ฮอร์โมน) → นึ่งความดัน → ฟอกฆ่าเชื้อผิวชิ้นส่วน → วางในตู้ปลอดเชื้อ → เลี้ยง ย้ายปลูก
  • สัดส่วนฮอร์โมน: ไซโทไคนิน > ออกซิน → ยอด / ออกซิน > ไซโทไคนิน → ราก / ใกล้เคียงกัน → แคลลัส

7) ฮอร์โมนพืชและการใช้ประโยชน์

  • ออกซิน (IAA; สังเคราะห์ IBA NAA 2,4-D): ยืดเซลล์ ทรอปิซึม เร่งราก ข่มตาข้าง (apical dominance) ผลไม่มีเมล็ดบางชนิด
  • จิบเบอเรลลิน (GA₃): ยืดปล้อง งอกเมล็ด ทำลายการพักตัว ขยายผลองุ่นไร้เมล็ด
  • ไซโทไคนิน: แบ่งเซลล์ แตกตาข้าง ชะลอใบเหลือง
  • เอทิลีน (แก๊ส; เอทีฟอนปลดปล่อยเอทิลีน): เร่งสุก ผลัดใบ เร่งดอกสับปะรด / ชะลอสุก = ดูดซับเอทิลีน + ความเย็น
  • กรดแอบไซซิก: ปิดปากใบเมื่อขาดน้ำ ส่งเสริมการพักตัวของเมล็ดและตา (ตรงข้าม GA)

8) การตอบสนองของพืชและช่วงแสง

  • ทรอปิซึม (มีทิศตามสิ่งเร้า): โฟโต- กราวิ- ทิกโม- ไฮโดร- / นาสติก (ทิศไม่ขึ้นกับสิ่งเร้า): ไมยราบหุบเมื่อถูกสัมผัส (seismonasty ผ่านพัลไวนัส แรงดันเต่ง) ใบมะขาม ใบกระถินหุบตอนค่ำ (nyctinasty)
  • ลำต้น: ออกซินด้านมืด/ด้านล่างมาก → ยืดมาก → โค้งเข้าหาแสง/โค้งขึ้น / ราก: ไวต่อออกซินมากกว่า ความเข้มข้นสูงยับยั้ง → โค้งลง
  • ลำดับการทดลอง: ดาร์วิน → บอยเซน–เจนเซน (ผ่านวุ้นได้ ผ่านไมกาไม่ได้) → Went (สกัดสารลงก้อนวุ้น)
  • พืชวันสั้น (เบญจมาศ ข้าวไวต่อช่วงแสง เช่น ขาวดอกมะลิ 105) ต้องการ ช่วงมืดต่อเนื่องยาว → เปิดไฟกลางดึกขัดช่วงมืดจะไม่ออกดอก / พืชวันยาว ตรงข้าม
  • ไฟโทโครม: Pr —แสงแดง→ Pfr (รูปทำงาน) —แสงแดงไกล→ Pr → ผลขึ้นกับแสงวาบครั้งสุดท้าย