🎉 เปิดตัวเว็บใหม่! สมัครสมาชิกวันนี้รับโบนัส +50 XP และติวคอร์สฟรีได้ทันที

ตอนที่ 5 ทฤษฎีการให้คำปรึกษา 2: พฤติกรรมนิยม REBT CBT ทฤษฎีเผชิญความจริง SFBT

✍️ ฝึกทำ เห็นผลทันทีเมื่อส่ง
🔒

ชุดนี้สำหรับผู้ที่มีสิทธิ์ชุดข้อสอบนี้

ซื้อชุดตะลุยข้อสอบ หรือคอร์สติวที่รวมชุดนี้ไว้ เพื่อทำได้ไม่จำกัด

ดูราคาและสิทธิ์
รายละเอียดชุดนี้

ชุดนี้ครอบคลุมการปรึกษาแนวพฤติกรรมนิยม (การเสริมแรง ตารางการเสริมแรง เทคนิคปรับพฤติกรรม) REBT ของ Ellis การบำบัดทางปัญญาของ Beck ทฤษฎีเผชิญความจริงของ Glasser SFBT แนวเรื่องเล่า การสัมภาษณ์เพื่อสร้างแรงจูงใจ ขั้นตอนการเปลี่ยนแปลง BASIC I.D. และการผสมผสานทฤษฎี

ซีรีส์ตะลุยข้อสอบครูผู้ช่วย เอกแนะแนว 2569 • exammvp.com

สรุปก่อนทำข้อสอบ

1. พฤติกรรมนิยม: เสริมแรงหรือลงโทษ

ให้สิ่งเร้าเพิ่ม (บวก)เอาสิ่งเร้าออก (ลบ)
พฤติกรรมเพิ่มเสริมแรงทางบวก: ชม ให้แต้มเสริมแรงทางลบ: ยกเว้นงานที่ไม่ชอบ
พฤติกรรมลดลงโทษทางบวก: ให้ทำงานเพิ่มลงโทษทางลบ: หักแต้ม (response cost), time-out
  • Extinction (การหยุดยั้ง) = งดแรงเสริมที่คงพฤติกรรมไว้ นักเรียนยังอยู่ในสถานการณ์เดิม ช่วงแรกอาจเกิด extinction burst
  • Time-out = พาออกจากสถานการณ์ที่มีแรงเสริม ได้ผลเมื่อในห้องมีแรงเสริมมากกว่าที่นั่งพัก ถ้านักเรียนอยากหนีงาน time-out จะกลายเป็นเสริมแรงทางลบ
  • ตารางการเสริมแรง: ratio = นับครั้ง, interval = นับเวลา; fixed = แน่นอน, variable = เดาไม่ได้ แบบ variable ratio คงทนต่อการหยุดยั้งมากที่สุด
  • สร้างพฤติกรรมใหม่ใช้ เสริมแรงทุกครั้ง แล้วค่อยเปลี่ยนเป็น เสริมแรงเป็นครั้งคราว เพื่อให้คงทน

2. เทคนิคแนวพฤติกรรมนิยมที่ต้องแยกให้ออก

เทคนิคแก่นสำคัญ
Shapingเสริมแรงพฤติกรรมที่ใกล้เป้าหมายขึ้นทีละขั้น
Token economyเบี้ยเป็นแรงเสริมทุติยภูมิ ต้องมีแรงเสริมสำรองไว้ให้แลก
Contingency contractข้อตกลงที่ระบุพฤติกรรมที่วัดได้ เกณฑ์ ผลกรรม และให้ทั้งสองฝ่ายลงชื่อ
Systematic desensitization (Wolpe)ผ่อนคลาย → ลำดับขั้นความกังวล → จับคู่จากน้อยไปมาก (reciprocal inhibition)
Assertiveness trainingแสดงความต้องการตรงไปตรงมา โดยเคารพผู้อื่น (ไม่ยอมตาม ไม่ก้าวร้าว)
Modeling (Bandura)ใส่ใจ → จดจำ → กระทำ → จูงใจ
Self-managementบันทึกพฤติกรรมตนเอง ตั้งเป้า และเสริมแรงตนเอง

3. REBT (Albert Ellis)

  • A เหตุการณ์ → B ความเชื่อ → C ผลทางอารมณ์และพฤติกรรม → D การโต้แย้ง → E ปรัชญาชีวิตใหม่ที่มีประสิทธิภาพ
  • ความเชื่อไม่มีเหตุผล: demandingness (ต้อง…), awfulizing (แย่ที่สุด), LFT (ทนไม่ได้), global rating (ฉันไร้ค่า)
  • การโต้แย้ง: เชิงประจักษ์ (จริงไหม) / เชิงตรรกะ (สมเหตุสมผลไหม) / เชิงประโยชน์ใช้สอย (ช่วยอะไรไหม)
  • เทคนิคเด่น: rational emotive imagery, shame-attacking, การบ้านเชิงพฤติกรรม เป้าหมายคือ unconditional self-acceptance

4. การบำบัดทางปัญญา (Aaron Beck)

  • ไตรลักษณ์การคิดทางลบ ต่อ ตนเอง–โลก–อนาคต
  • ชั้นของความคิด: ความคิดอัตโนมัติ (ผิวสุด) → ความเชื่อระดับกลาง (กฎ ถ้า–ควร) → ความเชื่อหลัก (ฉันเป็น…)
ความคิดบิดเบือนสัญญาณ
Arbitrary inferenceสรุปโดยไม่มีหลักฐาน อ่านใจ ทำนายร้าย
Selective abstractionจับรายละเอียดลบจุดเดียว ละเลยภาพรวม
Overgeneralization“ทุกครั้ง ไม่มีวัน” จากเหตุการณ์เดียว
Magnification/minimizationขยายเรื่องลบ ย่อเรื่องบวก
Personalization“เพราะฉัน” ทั้งที่ไม่ได้เป็นสาเหตุ
Dichotomous thinkingขาวหรือดำ ไม่มีตรงกลาง
  • วิธีทำงาน: collaborative empiricism คำถามแบบโสเครตีส และการทดลองทางพฤติกรรม

5. ทฤษฎีเผชิญความจริง / ทฤษฎีการเลือก (William Glasser)

  • ความต้องการ 5 ประการ: อยู่รอด, ความรักและการเป็นส่วนหนึ่ง, อำนาจ, อิสรภาพ, ความสนุกสนาน
  • Total behavior = การกระทำ + การคิด (ควบคุมได้โดยตรง) + ความรู้สึก + สรีระ (ควบคุมทางอ้อม)
  • Quality world = ภาพในใจของสิ่งที่ตอบสนองความต้องการได้ดีที่สุด
  • WDEP (Wubbolding): Wants – Direction & Doing – Evaluation – Planning แผนที่ดีคือ SAMIC: เรียบง่าย ทำได้ วัดได้ เริ่มทันที ผู้วางแผนควบคุมเอง
  • ไม่รับข้อแก้ตัว ไม่ลงโทษ ไม่ยอมแพ้ เน้นปัจจุบัน

6. แนวทางยุคใหม่

แนวทางผู้พัฒนาเทคนิคเด่น
SFBTde Shazer & Bergmiracle, exception, scaling, coping question, compliments
NarrativeWhite & Epstonexternalizing, unique outcome, re-authoring
MIMiller & RollnickOARS, change talk, รับมือกับความลังเลใจ
Stages of changeProchaska & DiClementeยังไม่สนใจ → ลังเลใจ → เตรียมการ → ลงมือปฏิบัติ → คงพฤติกรรม
MultimodalLazarusBASIC I.D. 7 ด้าน, technical eclecticism

กับดักที่ออกสอบบ่อย

  • เสริมแรงทางลบไม่ใช่การลงโทษ ผลคือพฤติกรรมเพิ่มขึ้นเสมอ ส่วนคำว่า “ลบ” หมายถึงเอาสิ่งเร้าออก
  • Extinction ต่างจาก time-out extinction งดแรงเสริมโดยนักเรียนอยู่ที่เดิม ส่วน time-out พานักเรียนออกจากแรงเสริม
  • Selective abstraction ต่างจาก magnification แบบแรกเห็นแต่ส่วนลบ ส่วนแบบหลังเห็นครบทุกส่วนแต่ชั่งน้ำหนักเพี้ยน
  • D กับ E ใน ABCDE: D คือผู้ให้คำปรึกษาตั้งคำถามท้าทาย E คือความเชื่อใหม่ที่ผู้รับคำปรึกษาได้มา
  • USA (Ellis) ต่างจาก UPR (Rogers) USA คือผู้รับคำปรึกษายอมรับตนเอง UPR คือผู้ให้คำปรึกษายอมรับผู้รับคำปรึกษา
  • WDEP เป็นของ Wubbolding ที่ขยายจากแนวคิดของ Glasser และคำถาม “สิ่งที่ทำอยู่ช่วยให้ได้สิ่งที่ต้องการไหม” คือ E
  • Exception (SFBT) ต่างจาก unique outcome (narrative) แบบแรกใช้หาสิ่งที่ได้ผลเพื่อทำซ้ำ แบบหลังใช้เขียนเรื่องเล่าชีวิตใหม่