🎉 เปิดตัวเว็บใหม่! สมัครสมาชิกวันนี้รับโบนัส +50 XP และติวคอร์สฟรีได้ทันที

ชุดที่ 2 พยางค์ คำ และการสร้างคำ: คำมูล คำประสม คำซ้อน คำซ้ำ สมาส สนธิ

✍️ ฝึกทำ เห็นผลทันทีเมื่อส่ง
🔒

ชุดนี้สำหรับผู้ที่มีสิทธิ์ชุดข้อสอบนี้

ซื้อชุดตะลุยข้อสอบ หรือคอร์สติวที่รวมชุดนี้ไว้ เพื่อทำได้ไม่จำกัด

ดูราคาและสิทธิ์
รายละเอียดชุดนี้

ชุดนี้ครอบคลุมโครงสร้างพยางค์ ลักษณะคำไทยแท้ และวิธีสร้างคำทั้งแบบไทย (ประสม ซ้อน ซ้ำ) และแบบบาลีสันสกฤต (สมาส สนธิ) ซึ่งออกสอบทุกปีทั้งแนวจำแนกคำ แปลความหมาย อ่านออกเสียง และการนำไปสอน

ซีรีส์ตะลุยข้อสอบครูผู้ช่วย เอกภาษาไทย 2569 • exammvp.com

พยางค์

  • ทุกพยางค์ต้องมี พยัญชนะต้น + สระ + วรรณยุกต์ (ตัวสะกดและตัวการันต์อาจไม่มี)
  • พยางค์เปิด = สระเสียงยาวที่ไม่มีเสียงพยัญชนะท้าย (มา ปู ภาษา) · พยางค์ปิด = มีเสียงท้าย (ระวังสระเกิน ทำ ไป เรา เป็นพยางค์ปิด) · สระเสียงสั้นไม่มีตัวสะกด (มะ จะ) ตำราบางเล่มนับเป็นพยางค์เปิด แต่บรรทัดฐานภาษาไทยถือว่ามีเสียงท้าย /ʔ/ จึงเป็นพยางค์ปิด
  • นับพยางค์จาก "เสียงที่อ่าน" เช่น ศาสนา (สาด-สะ-หฺนา) กรรมกร (กำ-มะ-กอน) พัสดุ (พัด-สะ-ดุ) กาลเทศะ (กา-ละ-เท-สะ)

คำมูลและลักษณะคำไทยแท้

  • คำมูล = คำดั้งเดิมที่ไม่ได้สร้างจากคำอื่น มีได้ทั้งพยางค์เดียวและหลายพยางค์ (นาฬิกา ตะไคร้ กระดาษ) — แยกพยางค์แล้วไม่ได้ความหมายสัมพันธ์กับคำเดิม
  • คำไทยแท้ ส่วนมากพยางค์เดียว · สะกดตรงมาตรา · ไม่มีการันต์ · ไม่เปลี่ยนรูปคำ · มีวรรณยุกต์ · ใช้การเรียงคำบอกหน้าที่และความหมาย
  • คำไทยแท้ที่ใช้ ฆ ศ มีน้อย เช่น ฆ่า ระฆัง เฆี่ยน ศอก ศึก เศิก

คำประสม (วิธีสร้างคำแบบไทย)

  • นำคำมูลที่ความหมายต่างกันตั้งแต่ 2 คำมารวมกัน เกิด ความหมายใหม่ ส่วนมาก คำหลักอยู่หน้า + คำขยายอยู่หลัง (ลูกเสือ แม่น้ำ น้ำแข็ง)
  • ทดสอบ: แทรก "ที่" หรือคำอื่นระหว่างคำแล้วความหมายเปลี่ยน = คำประสม (หมาป่า) · แทรกได้ความหมายเดิม = วลี (หมาดำ = หมาที่ดำ)
  • คำประสมมีความหมายเชิงเปรียบได้ (ใจดำ ปากหวาน หน้าบาง) และใช้สร้างคำเรียกสิ่งใหม่ (รถไฟฟ้า ตู้กดเงิน)
  • คำประสมที่มีคำบาลีสันสกฤตปนคำไทย ไม่ใช่คำสมาส (ราชวัง พลเมือง ผลไม้ คุณค่า)

คำซ้อน

  • นำคำที่ความหมาย เหมือน คล้าย หรือตรงข้าม มาซ้อนกัน (บ้านเรือน ถ้วยชาม ผิดชอบ ชั่วดี) = ซ้อนเพื่อความหมาย
  • ซ้อนเพื่อเสียง เน้นเสียงคล้องกัน (โยกเยก ง่อนแง่น ซุบซิบ)
  • ซ้อนข้ามภาษา: ไทย + เขมร (แสวงหา) · ไทย + บาลี/สันสกฤต (ทรัพย์สิน ข้าทาส) · ไทย + ถิ่น (เสื่อสาด พัดวี ทองคำ)
  • บางคำความหมายอยู่ที่คำหน้า (ใจคอ = ใจ)

คำซ้ำ

  • ซ้ำคำเดิม ใช้ไม้ยมก (ๆ) · ความหมาย: พหูพจน์ (เพื่อน ๆ) · เน้น (ดี ๆ) · ลดน้ำหนัก/ประมาณ (แดง ๆ) · ความหมายเปลี่ยน (พื้น ๆ = ธรรมดา)
  • ไม่ใช้ไม้ยมก เมื่อคำทำหน้าที่ต่างกัน (คนคนนี้ ห้องห้องนี้) และคำที่ไม่ใช่คำซ้ำ (นานา จะจะ)
  • ภาษาพูดเปลี่ยนวรรณยุกต์คำหน้าเป็นตรีเพื่อเน้น (ดี๊ดี)

คำสมาส (บาลี + บาลี/สันสกฤต)

  • ชนคำบาลีสันสกฤตตั้งแต่ 2 คำ คำหลักอยู่หลัง แปลจากหลังมาหน้า (ชลประทาน = การให้น้ำ · มหาราช = ราชาผู้ยิ่งใหญ่)
  • คำหน้าตัดการันต์และไม่ประวิสรรชนีย์ (ทัศนศึกษา แพทยศาสตร์ ศิลปกรรม ธุรกิจ)
  • มักออกเสียงสระท้ายคำหน้า (อะ อิ อุ) เช่น ภูมิศาสตร์ = พู-มิ-สาด · เกษตรกรรม = กะ-เสด-ตฺระ-กำ แต่บางคำไม่ออกเสียง เช่น ชลบุรี

คำสนธิ (สมาสที่มีการกลมกลืนเสียง)

  • สระสนธิ วิทยา + อาลัย = วิทยาลัย · ธน + อาคาร = ธนาคาร · นร + อินทร์ = นรินทร์ · มหา + อิสี = มเหสี · ราช + อุปถัมภ์ = ราชูปถัมภ์ · นร + อิศวร = นเรศวร
  • พยัญชนะสนธิ อัส → โอ (มนส + ธรรม = มโนธรรม)
  • นิคหิตสนธิ ํ เปลี่ยนเป็นพยัญชนะท้ายวรรคเดียวกับตัวตาม (สํ + คม = สังคม · สํ + ฐาน = สัณฐาน · สํ + ปทา = สัมปทา)
  • สมาส = ชนคำเฉย ๆ · สนธิ = เชื่อมคำและมีการเปลี่ยนเสียงที่รอยต่อ