ดูตัวอย่างครบ 30 วินาที แล้ว
ปลดล็อกดูคลิปนี้จนจบ พร้อมทุกบทเรียน ข้อสอบ และเอกสารของคอร์ส
฿299
฿599-50%
21 บท · เฉลี่ยบทละ ฿14.24 · ข้อสอบ 630 ข้อ
เข้าสู่ระบบเพื่อซื้อคอร์ส
ติวสอบครูผู้ช่วย ภาค ข 2569 (ไม่รวมวิชาเอก) คลิปติว 21 ตอน 4 ชั่วโมง + ข้อสอบ 630 ข้อ
EP.13 การวิจัยเพื่อแก้ปัญหา และพัฒนาผู้เรียน
บทที่ 14/21
11 นาที 0 วิว
0 ผู้เรียน
ข้อสอบล็อกอยู่
ปลดล็อกคอร์สเพื่อทำข้อสอบท้ายคลิปและเก็บ เหรียญ MVP
ยังไม่มีเอกสารสำหรับบทนี้
หัวข้อ 1.4 (ต่อ) — วิจัยในชั้นเรียน ตัวแปร แบบแผนการทดลอง และสถิติที่ใช้
ซีรีส์ติวสอบครูผู้ช่วย ภาค ข (ไม่รวมวิชาเอก) • ครูมิว • exammvp.com
การวิจัยในชั้นเรียน (Classroom Action Research)
การวิจัยที่ครูทำในชั้นเรียนของตนเอง เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน ทำควบคู่ไปกับการสอน ใช้เวลาไม่นาน และนำผลไปใช้ได้ทันที
- ลักษณะสำคัญ: เป็นวงจรต่อเนื่อง • ครูเป็นทั้งผู้สอนและผู้วิจัย • มุ่งปฏิบัติจริง
- ปัญหาที่ดี: เกิดกับผู้เรียนของเราจริง สำคัญ และแก้ได้ในบทบาทครู
วงจรการวิจัยเชิงปฏิบัติการ PAOR
- Plan (P) วางแผน วิเคราะห์ปัญหา หาแนวทางแก้
- Act (A) ปฏิบัติ ลงมือใช้นวัตกรรม/วิธีการ
- Observe (O) สังเกต เก็บข้อมูลผลที่เกิดขึ้น
- Reflect (R) สะท้อนผล ทบทวน ปรับแผนวงจรใหม่
ตัวแปรในการวิจัย
| ตัวแปร | ความหมาย | ตัวอย่าง (สอนด้วยเกมต่อผลสัมฤทธิ์) |
|---|---|---|
| ตัวแปรต้น (อิสระ) | เหตุ — สิ่งที่ผู้วิจัยจัดกระทำ | วิธีสอน (ใช้เกม / ไม่ใช้เกม) |
| ตัวแปรตาม | ผล — สิ่งที่วัดได้หลังทดลอง | ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน |
| ตัวแปรแทรกซ้อน/ควบคุม | ตัวแปรอื่นที่อาจส่งผล ต้องควบคุม | เวลาเรียน ระดับชั้น เนื้อหา |
| สมมติฐาน | คำตอบที่คาดไว้ล่วงหน้า | ผลสัมฤทธิ์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน |
แบบแผนการวิจัยเชิงทดลองที่ออกสอบบ่อย
| แบบแผน | ลักษณะ | ระดับ |
|---|---|---|
| One-Shot Case Study | กลุ่มเดียว ทดลองแล้วสอบหลังอย่างเดียว | ทดลองเบื้องต้น |
| One Group Pretest–Posttest | กลุ่มเดียว สอบก่อน–สอบหลัง (นิยมในวิจัยชั้นเรียน) | ทดลองเบื้องต้น |
| Static Group Comparison | 2 กลุ่ม ไม่สุ่ม สอบหลังเปรียบเทียบ | ทดลองเบื้องต้น |
| Pretest–Posttest Control Group | 2 กลุ่ม สุ่มเข้ากลุ่ม สอบก่อน–หลัง | ทดลองแท้ |
| Posttest-only Control Group | 2 กลุ่ม สุ่มเข้ากลุ่ม สอบหลังอย่างเดียว | ทดลองแท้ |
การสุ่มตัวอย่างแบบอาศัยความน่าจะเป็น vs ไม่อาศัย
- อาศัยความน่าจะเป็น: สุ่มอย่างง่าย — จับฉลาก ตารางเลขสุ่ม • สุ่มแบบมีระบบ — เลือกทุก ๆ ลำดับที่ k • สุ่มแบบแบ่งชั้น — แบ่งชั้นตามลักษณะ แล้วสุ่มแต่ละชั้น • สุ่มแบบกลุ่ม — สุ่มทั้งกลุ่ม เช่น ทั้งห้องเรียน
- ไม่อาศัยความน่าจะเป็น: แบบเจาะจง — เลือกตามวัตถุประสงค์ • แบบโควตา — กำหนดสัดส่วนแล้วเลือก • แบบบังเอิญ/ตามสะดวก — ใครพบก่อนเลือก • แบบสโนว์บอล — ให้กลุ่มตัวอย่างแนะนำต่อ
เลือกสถิติให้ถูก + เกณฑ์หาประสิทธิภาพ
| สถานการณ์ | สถิติ / เกณฑ์ |
|---|---|
| เปรียบเทียบก่อน–หลังเรียน กลุ่มเดียว | t-test แบบ Dependent |
| เปรียบเทียบ 2 กลุ่มที่เป็นอิสระต่อกัน | t-test แบบ Independent |
| เปรียบเทียบ 3 กลุ่มขึ้นไป | F-test (ANOVA) |
| หาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร | สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน (r) |
| ประสิทธิภาพของสื่อ/นวัตกรรม | E1/E2 เช่น 80/80 (กระบวนการ / ผลลัพธ์) |
| ดัชนีประสิทธิผล | E.I. ≥ 0.50 (ผู้เรียนก้าวหน้าอย่างน้อยร้อยละ 50) |
โครงสร้างรายงานการวิจัย 5 บท
- บทนำ — ความเป็นมาและความสำคัญ วัตถุประสงค์ สมมติฐาน ขอบเขต นิยามศัพท์
- เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง — ทฤษฎี กรอบแนวคิด
- วิธีดำเนินการวิจัย — ประชากร กลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือ การเก็บข้อมูล สถิติ
- ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
- สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ
เลือกสถิติและวิธีสุ่มให้ถูก
- กลุ่มเดียว ก่อน–หลัง = t-test Dependent • สองกลุ่มอิสระ = t-test Independent • มากกว่า 2 กลุ่ม = F-test (ANOVA)
- สุ่มแบบอาศัยความน่าจะเป็น: อย่างง่าย • เป็นระบบ • แบ่งชั้น • แบ่งกลุ่ม
- ไม่อาศัยความน่าจะเป็น: เจาะจง • โควตา • ตามสะดวก • สโนว์บอล
- E1/E2 = กระบวนการ / ผลลัพธ์ • E.I. ≥ 0.50 = ก้าวหน้าอย่างน้อยร้อยละ 50
4. ครูต้องการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน 2 ห้อง ที่สอนด้วยวิธีต่างกัน ควรใช้สถิติใด
- ก. t-test แบบ Dependent
- ข. t-test แบบ Independent
- ค. F-test (ANOVA)
- ง. ค่าร้อยละ
เฉลย ข — สองกลุ่มเป็นอิสระต่อกัน = t-test Independent
5. การเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยแบ่งประชากรตามระดับชั้น แล้วสุ่มจากแต่ละระดับชั้นตามสัดส่วน เรียกว่าการสุ่มแบบใด
- ก. การสุ่มอย่างง่าย (Simple Random)
- ข. การสุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified)
- ค. การสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster)
- ง. การเลือกแบบเจาะจง (Purposive)
เฉลย ข — แบ่งเป็นชั้นตามลักษณะ แล้วสุ่มจากทุกชั้น = Stratified • สุ่มทั้งกลุ่ม/ทั้งห้อง = Cluster
6. ค่าดัชนีประสิทธิผล (E.I.) ของสื่อหรือนวัตกรรม ควรมีค่าตั้งแต่เท่าใดขึ้นไป
- ก. 0.20
- ข. 0.50
- ค. 0.80
- ง. 1.00
เฉลย ข — E.I. ≥ 0.50 = ผู้เรียนมีความก้าวหน้าเพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 50
สิ่งที่ต้องจำจาก EP13
- วิจัยในชั้นเรียน = ครูทำในห้องตนเอง แก้ปัญหา/พัฒนาผู้เรียน • วงจร PAOR แผน ทำ ดู สะท้อน
- ตัวแปรต้น = เหตุ • ตัวแปรตาม = ผล • “ผลของ...ที่มีต่อ...”
- ทดลองแท้ต้องมี การสุ่ม + กลุ่มควบคุม • วิจัยชั้นเรียนนิยม One Group Pretest–Posttest
- กลุ่มเดียวก่อน–หลัง = t-dependent • 2 กลุ่มอิสระ = t-independent • ≥3 กลุ่ม = ANOVA
- E1/E2 = กระบวนการ / ผลลัพธ์ (80/80) • E.I. ≥ 0.50 • รายงาน 5 บท
ดูรายละเอียดคอร์ส