🎉 เปิดตัวเว็บใหม่! สมัครสมาชิกวันนี้รับโบนัส +25 เหรียญ MVP และติวคอร์สฟรีได้ทันที
ดูฟรี 30 วินาที
📝 ข้อสอบท้ายคลิป 30 ข้อ 🎯 ทั้งคอร์ส 630 ข้อ สมัครคอร์สเพื่อทำข้อสอบและเก็บ เหรียญ MVP ครบทุกบท →
ติวสอบครูผู้ช่วย ภาค ข 2569 (ไม่รวมวิชาเอก) คลิปติว 21 ตอน 4 ชั่วโมง + ข้อสอบ 630 ข้อ

EP.13 การวิจัยเพื่อแก้ปัญหา และพัฒนาผู้เรียน

บทที่ 14/21 11 นาที 0 วิว 0 ผู้เรียน

ข้อสอบล็อกอยู่

ปลดล็อกคอร์สเพื่อทำข้อสอบท้ายคลิปและเก็บ เหรียญ MVP

เข้าสู่ระบบเพื่อซื้อคอร์ส

ยังไม่มีเอกสารสำหรับบทนี้

หัวข้อ 1.4 (ต่อ) — วิจัยในชั้นเรียน ตัวแปร แบบแผนการทดลอง และสถิติที่ใช้

ซีรีส์ติวสอบครูผู้ช่วย ภาค ข (ไม่รวมวิชาเอก) • ครูมิว • exammvp.com

การวิจัยในชั้นเรียน (Classroom Action Research)

การวิจัยที่ครูทำในชั้นเรียนของตนเอง เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน ทำควบคู่ไปกับการสอน ใช้เวลาไม่นาน และนำผลไปใช้ได้ทันที

  • ลักษณะสำคัญ: เป็นวงจรต่อเนื่อง • ครูเป็นทั้งผู้สอนและผู้วิจัย • มุ่งปฏิบัติจริง
  • ปัญหาที่ดี: เกิดกับผู้เรียนของเราจริง สำคัญ และแก้ได้ในบทบาทครู

วงจรการวิจัยเชิงปฏิบัติการ PAOR

  • Plan (P) วางแผน วิเคราะห์ปัญหา หาแนวทางแก้
  • Act (A) ปฏิบัติ ลงมือใช้นวัตกรรม/วิธีการ
  • Observe (O) สังเกต เก็บข้อมูลผลที่เกิดขึ้น
  • Reflect (R) สะท้อนผล ทบทวน ปรับแผนวงจรใหม่

ตัวแปรในการวิจัย

ตัวแปรความหมายตัวอย่าง (สอนด้วยเกมต่อผลสัมฤทธิ์)
ตัวแปรต้น (อิสระ)เหตุ — สิ่งที่ผู้วิจัยจัดกระทำวิธีสอน (ใช้เกม / ไม่ใช้เกม)
ตัวแปรตามผล — สิ่งที่วัดได้หลังทดลองผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ตัวแปรแทรกซ้อน/ควบคุมตัวแปรอื่นที่อาจส่งผล ต้องควบคุมเวลาเรียน ระดับชั้น เนื้อหา
สมมติฐานคำตอบที่คาดไว้ล่วงหน้าผลสัมฤทธิ์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน

แบบแผนการวิจัยเชิงทดลองที่ออกสอบบ่อย

แบบแผนลักษณะระดับ
One-Shot Case Studyกลุ่มเดียว ทดลองแล้วสอบหลังอย่างเดียวทดลองเบื้องต้น
One Group Pretest–Posttestกลุ่มเดียว สอบก่อน–สอบหลัง (นิยมในวิจัยชั้นเรียน)ทดลองเบื้องต้น
Static Group Comparison2 กลุ่ม ไม่สุ่ม สอบหลังเปรียบเทียบทดลองเบื้องต้น
Pretest–Posttest Control Group2 กลุ่ม สุ่มเข้ากลุ่ม สอบก่อน–หลังทดลองแท้
Posttest-only Control Group2 กลุ่ม สุ่มเข้ากลุ่ม สอบหลังอย่างเดียวทดลองแท้

การสุ่มตัวอย่างแบบอาศัยความน่าจะเป็น vs ไม่อาศัย

  • อาศัยความน่าจะเป็น: สุ่มอย่างง่าย — จับฉลาก ตารางเลขสุ่ม • สุ่มแบบมีระบบ — เลือกทุก ๆ ลำดับที่ k • สุ่มแบบแบ่งชั้น — แบ่งชั้นตามลักษณะ แล้วสุ่มแต่ละชั้น • สุ่มแบบกลุ่ม — สุ่มทั้งกลุ่ม เช่น ทั้งห้องเรียน
  • ไม่อาศัยความน่าจะเป็น: แบบเจาะจง — เลือกตามวัตถุประสงค์ • แบบโควตา — กำหนดสัดส่วนแล้วเลือก • แบบบังเอิญ/ตามสะดวก — ใครพบก่อนเลือก • แบบสโนว์บอล — ให้กลุ่มตัวอย่างแนะนำต่อ

เลือกสถิติให้ถูก + เกณฑ์หาประสิทธิภาพ

สถานการณ์สถิติ / เกณฑ์
เปรียบเทียบก่อน–หลังเรียน กลุ่มเดียวt-test แบบ Dependent
เปรียบเทียบ 2 กลุ่มที่เป็นอิสระต่อกันt-test แบบ Independent
เปรียบเทียบ 3 กลุ่มขึ้นไปF-test (ANOVA)
หาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรสหสัมพันธ์ของเพียร์สัน (r)
ประสิทธิภาพของสื่อ/นวัตกรรมE1/E2 เช่น 80/80 (กระบวนการ / ผลลัพธ์)
ดัชนีประสิทธิผลE.I. ≥ 0.50 (ผู้เรียนก้าวหน้าอย่างน้อยร้อยละ 50)

โครงสร้างรายงานการวิจัย 5 บท

  • บทนำ — ความเป็นมาและความสำคัญ วัตถุประสงค์ สมมติฐาน ขอบเขต นิยามศัพท์
  • เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง — ทฤษฎี กรอบแนวคิด
  • วิธีดำเนินการวิจัย — ประชากร กลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือ การเก็บข้อมูล สถิติ
  • ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
  • สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ

เลือกสถิติและวิธีสุ่มให้ถูก

  • กลุ่มเดียว ก่อน–หลัง = t-test Dependent • สองกลุ่มอิสระ = t-test Independent • มากกว่า 2 กลุ่ม = F-test (ANOVA)
  • สุ่มแบบอาศัยความน่าจะเป็น: อย่างง่าย • เป็นระบบ • แบ่งชั้น • แบ่งกลุ่ม
  • ไม่อาศัยความน่าจะเป็น: เจาะจง • โควตา • ตามสะดวก • สโนว์บอล
  • E1/E2 = กระบวนการ / ผลลัพธ์ • E.I. ≥ 0.50 = ก้าวหน้าอย่างน้อยร้อยละ 50

4. ครูต้องการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน 2 ห้อง ที่สอนด้วยวิธีต่างกัน ควรใช้สถิติใด

  • ก. t-test แบบ Dependent
  • ข. t-test แบบ Independent
  • ค. F-test (ANOVA)
  • ง. ค่าร้อยละ
เฉลย ข — สองกลุ่มเป็นอิสระต่อกัน = t-test Independent

5. การเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยแบ่งประชากรตามระดับชั้น แล้วสุ่มจากแต่ละระดับชั้นตามสัดส่วน เรียกว่าการสุ่มแบบใด

  • ก. การสุ่มอย่างง่าย (Simple Random)
  • ข. การสุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified)
  • ค. การสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster)
  • ง. การเลือกแบบเจาะจง (Purposive)
เฉลย ข — แบ่งเป็นชั้นตามลักษณะ แล้วสุ่มจากทุกชั้น = Stratified • สุ่มทั้งกลุ่ม/ทั้งห้อง = Cluster

6. ค่าดัชนีประสิทธิผล (E.I.) ของสื่อหรือนวัตกรรม ควรมีค่าตั้งแต่เท่าใดขึ้นไป

  • ก. 0.20
  • ข. 0.50
  • ค. 0.80
  • ง. 1.00
เฉลย ข — E.I. ≥ 0.50 = ผู้เรียนมีความก้าวหน้าเพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 50

สิ่งที่ต้องจำจาก EP13

  • วิจัยในชั้นเรียน = ครูทำในห้องตนเอง แก้ปัญหา/พัฒนาผู้เรียน • วงจร PAOR แผน ทำ ดู สะท้อน
  • ตัวแปรต้น = เหตุ • ตัวแปรตาม = ผล • “ผลของ...ที่มีต่อ...”
  • ทดลองแท้ต้องมี การสุ่ม + กลุ่มควบคุม • วิจัยชั้นเรียนนิยม One Group Pretest–Posttest
  • กลุ่มเดียวก่อน–หลัง = t-dependent • 2 กลุ่มอิสระ = t-independent • ≥3 กลุ่ม = ANOVA
  • E1/E2 = กระบวนการ / ผลลัพธ์ (80/80) • E.I. ≥ 0.50 • รายงาน 5 บท

ดูรายละเอียดคอร์ส